โพสต์โดย : Admin เมื่อ 10 ก.ค. 2569 14:59:55 น. เข้าชม 95 ครั้ง
| ดันดาล์ค
|
![]()
11 ก.ค. 2569 |
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด
|

ศึกหนีตายปะทะพื้นที่ยุโรป "ดันดาล์ค" เปิดรังท้าดวล "ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด" ลุ้นแต้มสำคัญสุดระทึก
ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ พรีเมียร์ | ดันดาล์ค VS ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด | เกมสัปดาห์ที่ 24 | วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2026
พรีวิว
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าต่อสู้ในภารกิจหนีการตกชั้นของศึก ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ ในวันศุกร์นี้ โดยพวกเขามีคิวต้องบุกไปเยือน ดันดาล์ค ที่สนาม โอเรียล พาร์ค ซึ่งสถานการณ์ของทั้งสองทีมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เจ้าบ้านรั้งอันดับที่ 4 ของตาราง มี 35 คะแนน จากการลงสนาม 23 นัด และยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นตั๋วฟุตบอลถ้วยยุโรป ขณะที่ทีมเยือนอย่าง ดันดาล์ค รั้งอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นอันดับที่ 3 นับจากท้ายตาราง มี 22 คะแนน และอยู่เหนือโซนตกชั้นสองอันดับสุดท้ายเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น
แมตซ์ พรีวิว
ดันดาล์ค
การจบอันดับที่ 3 ของตารางจะเพียงพอต่อการคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลถ้วย ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก ซึ่งในเวลานี้ ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลังทีมอันดับ 3 อย่าง เซนต์ แพทริคส์ แอธเลติก อยู่ 6 คะแนน ขณะที่ช่องว่าง 8 แต้มกับทีมอันดับ 2 อย่าง โบฮีเมียนส์ จะลดเหลือเพียงแค่ 2 คะแนนทันที หากพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะในเกมตกค้างทั้งสองนัดได้สำเร็จ สำหรับผลงานของเจ้าบ้านนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พวกเขาเพิ่งพลาดท่าแพ้ให้กับ เชลบอร์น 2-1 ซึ่งเป็นการปราชัย 2 นัดติดต่อกันในศึก ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ ความพ่ายแพ้ 2 เกมดังกล่าวได้หยุดสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 5 เกมก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาเก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัดและเสียไปเพียง 3 ประตูเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมีสถิติเกมรุกที่ไว้ใจได้หลังส่งบอลซุกก้นตาข่ายคู่แข่งได้ตลอด 10 นัดหลังสุด แม้ว่าจะยิงได้ 1 ประตูหรือน้อยกว่านั้นถึง 6 เกมก็ตาม โดยทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง เซียแรน คิลดัฟฟ์ เพิ่งพาทีมเปิดบ้านพ่าย วอเตอร์ฟอร์ด 3-2 ในเกมเหย้านัดล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็สามารถพาทีมคว้าชัยชนะในรัง โอเรียล พาร์ค มาได้ 2 เกมติดต่อกัน
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด
สถานการณ์ของฝั่งทีมเยือนถือว่าสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกเขามีคะแนนอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น และที่น่ากังวลใจไปกว่านั้นคือพวกเขาเก็บได้เพียงแค่ 3 คะแนนจากเกมลีก 8 นัดหลังสุด โดยไม่สามารถสะกดคำว่าชนะได้เลยตลอด 8 เกมดังกล่าว แถมยังแพ้ไปถึง 5 นัด และเสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกถึง 7 ครั้งด้วยกัน นอกจากนี้หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง เควิน โดเฮอร์ตี้ ยังต้องปวดหัวกับสถิติเกมรุกที่ฝืดเคือง หลังจากลูกทีมไม่สามารถทำประตูได้ถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด ซึ่งรวมถึงเกมล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่บุกไปพ่าย โบฮีเมียนส์ 2-0 อีกด้วย ด้านสถิติการพบกันของทั้งสองทีม ปรากฏว่ากินกันไม่ลงมาตลอด 3 นัดหลังสุด โดยจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ทั้งสองเกมที่พบกันในฤดูกาลนี้ และหากเกมนี้พวกเขาต้องปราชัยในฐานะทีมเยือนอีกครั้ง ก็จะเป็นการแพ้นอกบ้านนัดที่ 6 ติดต่อกัน และหากพลิกล็อกชนะได้ จะถือเป็นชัยชนะนัดที่ 2 จากการออกเยือน 11 เกมหลังสุด
ฟอร์มล่าสุด
ดันดาล์ค (ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ พรีเมียร์) : เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ แพ้
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด (ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ พรีเมียร์) : เสมอ เสมอ แพ้ เสมอ แพ้ แพ้
สภาพความพร้อมของทีม
ดันดาล์ค
เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งานผู้รักษาประตูอย่าง คอเนอร์ เคิร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บค้างเติ่งที่หัวเข่าอย่างแน่นอน ทำให้คาดว่า เอนดา มิน็อก จะได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาต่อเนื่อง โดยนายทวารรายนี้หวังว่าสองเซนเตอร์แบ็กอย่าง โรเบิร์ต คอร์นวอลล์ และ บ็อบบี้ เบิร์นส์ จะสามารถเค้นฟอร์มเก่งและทวงคืนความเหนียวแน่นในเกมรับกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง ส่วนในแดนหน้ามีกองหน้าตัวเป้าอย่าง อารูบิ ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนาม 18 นัดในเกมลีก แต่ถ้าหากหวังจะบวกสกอร์ที่ 7 ในฤดูกาลนี้ เขาจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนชั้นดีจากผู้เล่นอย่าง โรแนน ทีแฮน และ ดาริล ฮอร์แกน
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด
ทีมเยือนจะไม่มีชื่อของกองหน้าอย่าง คีแรน ครูซ ที่ต้องพักรักษาตัวต่ออีกสองสามสัปดาห์เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขา ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ โธมัส โอลูวา และ มาร์ก ดอยล์ จะได้รับหน้าที่จับคู่กันล่าตาข่ายในแดนหน้า โดยมีมิดฟิลด์หมายเลข 10 อย่าง แบรนดอน คาวานาห์ คอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ขณะที่มิดฟิลด์อย่าง จาโก้ ก็อดเดน และ ไรอัน เบรนแนน น่าจะได้ออกสตาร์ททำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมแดนกลางอยู่ด้านหน้าแผงหลังสามคนอย่าง เลโอ เบอร์นีย์, คอเนอร์ คีลีย์ และ เอ็ดวิน อักบาเจ
คาดการณ์ผู้เล่น
ดันดาล์ค : มิน็อก; วิลสัน, คอร์นวอลล์, เบิร์นส์, วิลสัน; บัคลีย์, เดอร์วิน; แมคเดด, ทีแฮน, ฮอร์แกน; อารูบิ
ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด : เดนนีสัน; อักบาเจ, คีลีย์, เบอร์นีย์; บัคนอร์, ก็อดเดน, เบรนแนน, เคน; คาวานาห์; โอลูวา, ดอยล์
วิเคราะห์คาดการณ์
ดันดาล์ค แม้จะเพิ่งเสียท่าพ่ายแพ้มา 2 นัดติดต่อกัน แต่สถิติเกมรุกยังคงเฉียบคมและไว้ใจได้เสมอจากการทำประตูคู่แข่งได้ติดต่อกันมา 10 นัดแล้ว อีกทั้งการได้เล่นในบ้านที่ โอเรียล พาร์ค ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าเปิดเกมรุกเพื่อล่าตั๋วฟุตบอลยุโรป สวนทางกับ ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด ที่สถานการณ์ย่ำแย่หนักและฟอร์มหลุดลุ่ยอย่างเห็นได้ชัด หลังจากไม่ชนะใครมา 8 นัดติดต่อกัน แถมยังมีจุดอ่อนร้ายแรงในเกมรับที่เสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกถึง 7 ครั้งจาก 8 เกมหลังสุด ยิ่งไปกว่านั้น สถิติเกมเยือนของพวกเขายังย่ำแย่ หากแพ้เกมนี้น่าจะเป็นการแพ้นอกบ้าน 6 นัดรวด แม้ว่าสถิติการเจอกัน 2 นัดในฤดูกาลนี้จะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ทว่า ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด กำลังประสบปัญหาปืนฝืด ยิงประตูไม่ได้ถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด บวกกับแผงหลังที่ค่อนข้างรั่ว ประกอบกับการขาดหายไปของ คอเนอร์ เคิร์นส์ นายทวาร ดันดาล์ค อาจจะทำให้เกมรับเจ้าบ้านมีช่องว่างอยู่บ้าง แต่ด้วยแรงจูงใจในการลุ้นพื้นที่ คอนเฟอเรนซ์ ลีก และแนวรุกที่นำโดย อารูบิ, โรแนน ทีแฮน และ ดาริล ฮอร์แกน น่าจะใช้ความเฉียบขาดเปิดเกมบดเข้าใส่และเจาะตาข่ายทีมเยือนที่เกมรับระส่ำระส่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนจะเบียดคว้าชัยชนะในบ้านไปได้ตามเป้าหมาย
คาดการณ์สกอร์ : ดันดาล์ค 2-0 ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: ดันดาล์ค - เพราะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและมีแรงจูงใจในการลุ้นตั๋วยุโรป ขณะที่ ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด ฟอร์มแย่หนักไม่ชนะใครมา 8 นัดติดและแพ้เกมนอกบ้านมาอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงปัญหาเกมนอกบ้านที่แก้ไม่ตก
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - ดันดาล์ค มักจะยิงได้หนึ่งประตูหรือน้อยกว่านั้นถึง 6 จาก 10 นัดหลังสุด ขณะที่ ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด ก็มีปัญหาเกมรุกฝืดเคืองทำประตูไม่ได้ถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด ทำให้เกมนี้น่าจะมีสถิติพังประตูกันไม่เยอะ
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - ทีมเยือน ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด ปืนฝืดอย่างหนักในช่วงหลัง ยิงประตูไม่ได้ถึง 3 จาก 4 เกมล่าสุด และสถิติเกมนอกบ้านย่ำแย่ จึงเชื่อว่า ดันดาล์ค น่าจะควบคุมสถานการณ์และเก็บคลีนชีตในรังตัวเองได้
ทีมได้ประตูแรก : ดันดาล์ค - เจ้าบ้านมีสถิติเกมรุกที่สม่ำเสมอยิงประตูได้ 10 นัดติดต่อกัน เจอกับ ดร็อกเฮด้า ยูไนเต็ด ที่เกมรับหละหลวมเสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกถึง 7 จาก 8 นัดหลังสุด ดันดาล์ค จึงมีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายพังประตูขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว